• กฏหมายใหม่ 23 พรบ+++” จราจร ปรับหนักมาก ถ้ากลัวโดน ทำให้ถูกกฎได้เลย!!

  • เลี่ยงรถติด!!! ทางหลวงแนะนำทางเลี่ยงรถติด ขึ้นเหนือล่องใต้ช่วง ปีใหม่ 2560

  • ไหว้พระปีใหม่ วัดดังฝั่งธน เป็นมงคลแก่ชีวิต รับปี 2560

วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ยื่นหนังสือปลดครูสาว!!! แม่เด็ก 7 ขวบ เหยื่อครูใช้ไม้พลองตี ยื่นหนังสือปลดครูสาว ต่อกระทรวงศึกษาฯ


แม่เด็ก 7 ขวบ เหยื่อครูใช้ไม้พลองตี ยื่นหนังสือปลดครูสาว ต่อกระทรวงศึกษาฯ

แม่เด็กชายวัย 7 ขวบ พร้อมทนายความเดินทางไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยื่นหนังสือให้ปลดครูสาวลงโทษโหด จากวิชาชีพครู

          จากกรณีที่ผู้ปกครองพาบุตรชาย วัย 7 ขวบ เข้าแจ้งความหลังถูก นางสาวชลิดา ไพจิตประภาภร ครูผู้คุมสอบ ลงโทษรุนแรงโดยใช้ไม้พลองตีจำนวน 99 ครั้ง จนแผ่นหลังและก้นมีรอยฟกช้ำและเด็กเกิดอาการหวาดกลัวตลอดเวลา สาเหตุจากการขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำระหว่างที่สอบวิชาคณิตศาสตร์ และต่อมาทางครูผู้ก่อเหตุได้ยื่นข้อเสนอขอให้จบเรื่องด้วยเงิน 50,000 บาท ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : แม่เด็ก ป.1 เหยื่อครูใช้ไม้พลองกระหน่ำตี เผยคู่กรณียื่น 5 หมื่น หวังจบเรื่อง)


          วันที่ 27 ธันวาคม 2559 มีรายงานว่า นางบุญสืบ ขันทอง มราดาของเด็กชายพร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว แต่ไม่พบเนื่องจากได้รับแจ้งว่าเดินทางไปราชการ ส่วนครูผู้ก่อเหตุได้ยื่นหนังสือลาออกและไม่ได้มาทำงานที่โรงเรียนแล้ว

          ทั้งนี้ นายวรกร พงศ์ธนากุล กรรมการสภาทนายความ เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำความรุนแรงต่อเด็กที่กระทบต่อร่างกายและจิตใจ มีความผิดตามประมวลกฎหมายเด็ก มาตรา 26 โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และมาตรา 295 ตามประมวลกฎหมายอาญา บุคคลใดที่กระทำการรุนแรง ต่อบุคคลอื่นให้ได้รับอันตรายต่อจิตใจและร่างกาย



ด้านนายพัฒนะ งามสูงเนิน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 กล่าวว่า แม้ว่าครูผู้ก่อเหตุจะลาออกจากโรงเรียนไปแล้ว แต่ก็จะเสนอให้คุรุสภาพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เนื่องจากการกระทำครั้งนี้เข้าข่ายใช้วิธีการลงโทษนักเรียนที่ผิดระเบียบของกระทรวง

          อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสภาพจิตใจของเด็กในขณะนี้ที่ยังคงหวาดกลัวนั้น ทางบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ปทุมธานี กรมกิจการเด็กและเยาวชน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าดูแลเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจต่อไป

          ล่าสุด นางบุญสืบ ขันทอง พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบปลัดกระทรวงศึกษาธิการเพื่อยื่นหนังสือขอให้ปลด นางสาวชลิดา ไพจิตประภาภร ออกจากวิชาชีพครู โดยมี นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รับเรื่องแทน พร้อมเผยว่าทางกระทรวงเองไม่ได้นิ่งนอนใจและจะเร่งดำเนินการทันที ขอให้วางใจได้เลยว่ากระทรวงจะให้ความเป็นธรรมแน่นอน เนื่องจากหลักฐานที่พบแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่ามีความรุนแรงจริง เพราะตามกฎระเบียบครูไม่สามารถลงโทษเด็กได้ การตี 1-2 ครั้งก็รุนแรงแล้ว แต่นี้ถึง 99 ครั้ง

          โดยเมื่อกระบวนการสอบสวนสิ้นสุดลง และพบว่าครูผู้ก่อเหตุมีความผิดจริง จะต้องรับบทลงโทษร้ายแรงที่สุดคือไล่ออก และไม่สามารถสอบบรรจุได้อีกต่อไป




ภาพและข้อมูลจาก

http://hilight.kapook.com/view/147078




เตือนผิด!!! 27 ธ.ค.59 Facebook Safety Check เตือนผิดพลาด แจ้งว่าเกิดระเบิดใน กทม. แต่จริงๆ เป็นเหตุการณ์เมื่อ ส.ค.58ม 2558

27 ธ.ค.59 Facebook Safety Check เตือนผิดพลาด แจ้งว่าเกิดระเบิดใน กทม. แต่จริงๆ เป็นเหตุการณ์เมื่อ ส.ค.58ม 2558

เมื่อเวลาประมาณ 20.45 น. ของวันที่ 27 ธันวาคม 2559 ผู้ใช้งาน Facebook ในประเทศไทยได้รับการแจ้งเตือนภัยโดยระบบ Facebook Safety Check ว่า เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณใจกลางของกรุงเทพฯ แต่เมื่อเช็คกับสำนักข่าวต่างๆ แล้วไม่ปรากฎว่ามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น 
แต่พบว่ามีเว็บไซต์ต่างประเทศอย่าง Bangkok Informer ได้นำเอาข่าวเหตุการณ์ระเบิดบริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 มาโพสต์ใหม่ จึงอาจจะเป็นไปได้ที่ระบบของ Facebook อาจจะไปตรวจพบข่าวในออนไลน์แล้วเข้าใจว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงในวันนี้


Facebook Safety Check เป็นระบบการแจ้งเตือนเหตุร้ายไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ, การก่อการร้าย หรือเหตุร้ายที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพื่อให้ผู้ใช้ Facebook ที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุนั้นสามารถยืนยันตัวว่าปลอดภัยอยู่ได้ แต่สำหรับครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ระบบนี้แจ้งเตือนผิดพลาด


ที่มา: http://www.whatphone.net/news/facebook-safety-check-error-bangkok-bomb/





เอาแล้ว!! ประเทศไทยตอบตกลงแล้ว หลังจากจีน-รัสเซีย ขอความร่วมมือสร้างโรงงานผลิตอาวุธในประเทศไทย



เอาแล้ว!! ประเทศไทยตอบตกลงแล้ว หลังจากจีน-รัสเซีย ขอความร่วมมือสร้างโรงงานผลิตอาวุธในประเทศไทย

จากการร่วมมือการสร้างโรงงานผลิตอาวุธในประเทศไทยระหว่างประเทศจีน และรัสเซีย ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ประเทศไทยได้ตอบรับร่วมสร้างโรงงานผลิตอาวุธในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเพราะว่าประเทศยังขาดเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจีนและรัสเซียพร้อมจะถ่ายทอดให้ โดยรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวว่า มีนโยบายให้ตั้งโรงงานการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ ภายในปี 2560 เพื่อลดต้นทุนการนำเข้าอาวุธฯจากต่างประเทศและยังจะจำหน่ายอาวุธและเทคโนโลยีใหม่ๆที่ได้รับมาจากจีนและรัสเซียให้ประเทาศต่างประเทศอีกด้วย














วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559

''เด้งทันที'' จากคลิป ต ร. ยัดยาไอซ์ให้ประชาชน ( คลิป )


''เด้งทันที'' จากคลิป ต ร. ยัดยาไอซ์ให้ประชาชน ( ค ลิ ป )

จากที่มีผู้เผยแพร่คลิปวีดีโอดังกล่างนั้น ทางผกก. พ.ต.อ. กิตตินาจ ณ.ระยอง ได้เรียกตัวด่วนเจ้าหน้าที่ตามคลิปวีดีโอทุกรายมาเพื่อให้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่ยัดยาประชาชนจนถูกถ่ายคลิปว่าเกิดอะไรขึ้นจริงหรือไม่ หนึ้งในหัวหน้าชุดจับกุมยอมรับสารภาพกระทำจริงทั้งทีมทางครอบครัวมีปัญหาเรื่องเงินต้องการนำเงินไปผ่อนรถผ่อนบ้านจึงกระทำการดังกล่าวขึ้นหาเหยื่อที่เป็นไวรุ่นใช้วิธีเรียกตรวจและแอบนำยาไอซ์ 0.5 กรัมไปใว้ในรถและเรียกเงินหากไม่ต้องการติดคุก  รีบไถเงินคนละ 5000-10,000 ต่อราย 


ฝันแม่น!! สาวอุดรฯ ฝันบอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์จมอยู่ในน้ำ พองมขึ้นมาเหมือนในฝัน ตะลึงทั้งหมู่บ้าน


ฝันแม่น!! สาวอุดรฯ ฝันบอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์จมอยู่ในน้ำ พองมขึ้นมาเหมือนในฝัน ตะลึงทั้งหมู่บ้าน

มีชาวบ้านจำนวนมาก ได้เดินทางมากราบไหว้ พระพุทธรูปนาคปก ขนาด5 นิ้ว มีดโบราณด้ามเป็นพญานาค และลงอักขระภาษาขอมโบราณ จำนวน4 เล่ม ซึ่งเป็นอาวุธของคนสมัยโบรารณ และลูกแก้ว จำนวน 2 ลูก สีน้ำเงินละสีเขียว ซึ่งมีอายุมากกว่า100 ปี ที่วัดศรีชมพู หมู่ 2 บ้านทมปาขา ต.ทมนางงาม อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี


น.ส.พิชาภา นิติธรรม  อายุ25ปี อยู่บ้านเลขที่171 หมู่2  บ้านทมปาขา ต.ทมนางงาม อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ตนทำงานอยู่โรงพยาบาลรักษาสัตว์ แห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยในคืนวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมาตนได้ฝันว่ามีชายแก่ สูง8 ศอก เหมือนคนโบราณสมัยก่อน ผมยาว นุ่งขาวห่มขาวมาบอกว่าที่บริเวณลำห้วยทราย ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่นาของตนเองว่าผู้ดูแลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บริเวณลำห้วยทรายแห่งนี้ ต้องการไปผุดไปเกิด บอกให้ชาวบ้านให้พากันนำเหรียญบาท ไปโยนลงน้ำที่ลำห้วยทราย  เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในน้ำจะได้โผล่ขึ้นมาจะทำให้ชาวบ้านได้รับโชคลาภ

จากนั้นตนจึงก็นำเรื่องในความฝันไปเล่าให้ครอบครัวทางบ้านฟัง พร้อมกับบอกร่างทรงที่ตนนับถือที่อยู่ในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งร่างทรงได้บอกกับตนว่า ที่ลำห้วยทรายแห่งนี้ เป็นเมืองเก่าหรือเมืองโบรารณ และเป็นที่ดอน ซึ่งผู้ดูแลบริเวณแห่งนั้น ต้องการความช่วยเหลือคือเขาอยากไปเกิด ในลำห้วยอาจมีของดีหรือสิ่งศักดิ์  อยากแสดงปาฎิหาริย์ หรือให้โชคลาภกับชาวบ้าน  ซึ่งวัดในหมู่บ้านกำลังจะมีสร้างโบสถ์ หลังใหม่


ต่อมาตนก็เดินทางกลับไปบ้าน โดยครอบครัวของตนกับชาวบ้านพร้อมกับร่างทรง จึงได้พากันนิมนต์พระจำนวน3 รูป และ เณร 3 รูป ได้ทำการสวดบังสุกุล ให้คนตายที่ดูแลลำห้วยทราย เพื่อให้เขาได้ไปเกิดใหม่ พร้อมกับมีการสวดชะยันโต คือ การสวดรับโชคลาภ ก่อนที่ตนเองจะโยนเหรียญ1 บาท ลงไปในน้ำ แล้วชาวบ้านก็ลงไปในน้ำทำการงมหาของไม่นานก็เจอเหรียญ รัชกาลที่5 ร.ศ. 127 จำนวน1 เหรียญ สร้อยคอรูปพญานาค 1 เส้น และลูกแก้วสีน้ำเงินจำนวน1 ลูก แล้วยังเจอกำไลแขวนหัวพญานาค และแหวนหัวพญานาค จำนวนมาก


พระคำจันทร์ ศิริญาโณ อายุ58ปี พระลูกวัดลุมพินีวันวราราม ต.อุ่มจาน อ.ประจักษ์ จ.อุดรธานี ได้กล่าวว่า ตนได้มาร่วมทำพิธีสวด อยู่ที่ลำห้วยทราย หลังจากมีหญิงสาวฝันเห็นชายแก่โบราณมาขอความช่วยเหลือยากไปผุดไปเกิด ซึ่งวันแรกชาวบ้านได้ลงไปน้ำงม ได้เหรียญรัชกาลที่5 สร้อยคอรูปพญานาค 1 เส้นและลูกแก้วสีน้ำเงินจำนวน1 ลูก แล้ววันที่สองชาวได้กลับไปงมอีกครั้งเจอพระพุทธรูปนาคปกโบราณ จำนวน1องค์ และลูกแก้วสีเขียวอีก 1 ลูก และยังเจอพระพุทธรูปองค์ขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถเอาขึ้นมาจากน้ำได้ เนื่องจากมีคนดื่มสุรา จำนวน2 คน เข้าไปบริเวณแถวนั้น เพราะได้มีการห้ามเอาไว้ว่า คนดื่มสุรา อย่าเข้ามาในตอนพิธีอัญเชิญพระพุทธขึ้นมาจากน้ำ ทำให้ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ แล้วก็ให้คนดื่มสุรา ออกจากบริเวณลำห้วยทรายไป แล้วชาวก็กลับลงไปน้ำทำการงมเอาพระพุทธรูป แต่ก็มาพบแล้ว



นายสุขสันต์ โพธิ์ศรี อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่181หมู่ บ้านทมปาขา ต.ทมนางงาม อปพร.ของหมู่บ้าน กล่าวว่า ในตนสมัยเด็กตนเคยไปนอนเฝ้านาจะเห็นลูกไฟสีเขียว พุ่งขึ้นมาจากน้ำตรงกับบริเวณที่พบของโบราณที่มีอายุมากกว่า100 ปี ซึ่งลูกไฟจะพุ่งขึ้นเฉพาะคืนวันพระใหญ่ ไม่เฉพาะแต่ตนคนในหมู่บ้านหลายคนที่ไปนอนเฝ้านาก็เห็นเช่นเดียวกับตนทำให้บางคนไม่กล้าไปนอนเฝ้านา ซึ่งบริเวณลำห้วยทรายเคยเป็นเมืองเก่าและเป็นสิมหรือโบสถ์เก่าที่คนเฒ่าคนแก่เล่าขานให้ฟังกันมารุ่นต่อรุ่น ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าของโบราณที่พบในน้ำเกี่ยวกับพญานาคหรือแถวนั้นมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างแน่นอน

ที่มา: http://kratips.com/13425









กฏหมายใหม่ 23 พรบ+++” จราจร ปรับหนักมาก ถ้ากลัวโดน ทำให้ถูกกฎได้เลย!!!


กฏหมายใหม่ 23 พรบ+++” จราจร ปรับหนักมาก ถ้ากลัวโดน ทำให้ถูกกฎได้เลย!!!

1.ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน / วางไว้ที่กระจก = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.11,ม.60)
2.แผ่นป้ายทะเบียนตัดต่ออัดกรอบใหม่เป็นป้ายขาว = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
3.ติดป้ายเอียง มีวัสดุปิดทับ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
4.แผ่นป้ายทะเบียนปลอม = ป.อาญา ฟ้องศาล
5.โหลดเตี้ย (วัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนนต้องไม่ต่ำกว่า 40cm) = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
6.ยกสูง (วัดจากกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้นถนนต้องไม่สูงกว่า 135cm) = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
7.ล้อยางเกินออกมานอกบังโคนข้างละหลายนิ้ว = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
8.ใส่ล้อใหญ่จนแบะล้อเพื่อหลบซุ้ม = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
9.ตีโปร่งขยายซุ้มล้อติดสปอยเลอร์ต้องมีการยึดติดอย่างแน่นหนา = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
10.ฝาประโปรง หน้า-หลัง ดำ เกิน50%ของ
สีหลัก = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.13,ม.60


11.เปลี่ยนท่อไอเสียใหญ่เสียงดัง = ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (ม.5(2),ม.58)
12.ไฟหน้าหลายสี เช่น เขียว แดง ฟ้า เหลือง = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
13.ไฟหยุดต้องสีแดง(ไฟเบรค)เท่านั้น = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
14.ไฟเลี้ยวต้องเป้นสีเหลืองอำพัน = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
15.ไฟส่องป้ายต้องเป็นสีขาวเห็นไม่ต่ำกว่า 20 เมตร = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
16.ไฟสปอร์ตไลน์ และโคมไฟตัดหมอกแสงพุ่งไกล = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
17.เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุ = ปรับไม่เกิน 500 บาท กฏกระทรวง ข้อนี้เจอบ่อย..สุดรำคาญมั่ยรุสอบใบขับขี่ได้งัย
18.ติดไฟนีออนใต้ท้องรถ ติดไว้กับป้ายทะเบียน = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.12,ม.60)
19.ดัดแปลงเป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
20.เปลี่ยนดีสเบรคหลัง = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
21.ใส่หลังคาซันลูป = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
22.ถอดเบาะหลังออกแล้วติดโรลบาร์ = ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
23.ดัดแปลงเครื่องยนต์ วัดควันดำ = ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (พรบ.ขนส่ง)

ที่มา;http://yimdee.blogspot.com





พิธีปักหมุดก่อสร้าง พระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช



พิธีปักหมุดก่อสร้าง พระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน “พิธีปักหมุดก่อสร้าง พระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ท้องสนามหลวง








ที่มา: PPtv Thailand















เชิญชมกันชัดๆ!!! “สุดยอด 10 แฮ็กเกอร์” ผู้โด่งดัง!!



เชิญชมกันชัดๆ!!! “สุดยอด 10 แฮ็กเกอร์” ผู้โด่งดัง!!


ตั้งแต่มีอินเตอรืเน็ตถือกำเนิดขึ้นมา การเข้าถึงข้อมูลก็เป็นไปได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น เพราะทุกอย่างมากเชื่อมโยงถึงกันผ่านเครือข่าย แม้แต่ข้อมูลส่วนตัวบางอย่าง เราก็สามารถขโมยมันมาได้อย่างง่ายดาย ถ้าเราไม่ป้องกันให้ดีๆ

แต่ทุกวันนี้การรักษาความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถต้านทานความเก่งกาจของเหล่าแฮ้กเกอร์ที่สามารถล้วงเอาข้อมูลเขาเราซึ่งเก็บไว้เป็นความลับออกมาอย่างง่ายดาย แต่แฮ็กเกอร์ส่วนมากที่มีชื่อเสียง เขาก็ทำเพื่ออุดมการณ์ ไม่ใช่ว่าอยากแฮ็กก็แฮ็กเลย

และวันนี้จะพาไปรู้จักกับ 10 แฮ็กเกอร์ชื่อดังที่ได้สร้างชื่อเสียงต่างๆ ไว้มากมาย โดยที่ไม่ต้องใช้อาวุธอะไรมาก มีแค่ความรู้กับความสามารถในการแฮ็กเท่านั้น

(สำหรับหลายคนอาจจะไม่มีภาพประกอบ เพราะตัวคนของพวกเขายังคงเป็นความลับนั่นเอง)



1. Gary McKinnon


เขาคนที่ถึงกับทำให้สหรัฐฯ ต้องสั่นสะเทือน เพราะสามารถแฮ็กเข้าไปถึงระบบในเพนตากอนและนาซ่า จนสุดท้ายถูกตั้งข้อหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย
สาเหตุที่ทำให้เขาแฮ็กเข้าไปก็เพราะอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ “ยูเอฟโอ” โดยใช้คอมบ้านๆ ซึ่งการแฮ็กครั้งนี้ทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยเจ๊งไปชั่วขณะ และสร้างความเสียหายไปกว่า 700,000 ล้านเหรียญ ซึ่งไม่เคยมีใครแฮ็กได้ลึกขนาดนี้มาก่อน แต่ตอนนี้เขาถูกจำคุก 70 ปี ปรับอีก 1.75 ล้านเหรียญ


2. LulzSec



ชื่อเต็มๆ ก็คือ Lulz Security เป็นกลุ่มแฮ็กเกอร์ใน Black Hat ซึ่งเป็นกลุ่มที่พูดง่ายๆ ก็คือฝ่ายร้ายนั่นเอง วีรกรรมของกลุ่มก็คือการแฮ็กเข้าไปที่บริษัท Sony หรือแม้กระทั่ง News International, CIA, FBI, Scotland Yard ก็เคยโดนมาแล้ว
แต่กลุ่มนี้ก็เคยถูกจับมาแล้ว ซึ่งแฮ็กเกอร์ที่ถูกจับได้ชื่อว่า Ryan Cleary วัยเพียง 19 ปี ถูกจับเพราะว่าพยายามโจมตีเว็บไซต์ของหน่วยงาน Serious Organised Crime Agency (SOCA) รวมถึง British Phonographic Industry และ International Federation of the Phonographic Industry ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับสูง

3. Adrian Lamo


เขากลายเป็นข่าวดังภายหลังการแฮ็กเข้าสู่ Yahoo!, Microsoft, Google, และ The New York Times โดยการแฮ็กผ่านเครื่องที่อยู่ในร้านอินเตอร์เน็ต หรือกระทั่งห้องสมุด
ภายหลังชื่อเสียงของเขาทำให้ได้รับตำแหน่ง American Threat Analyst คอยทำงานให้กับทางการสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ตามล่าตัว Bradley Manning (ทำงานให้กับ Wikileaks) จนจับได้อีกด้วย

4. คู่หู Mathew Bevan และ Richard Pryce


ผลงานที่สร้างชื่อที่สุถดคือการแฮ็กระบบทหารของสหรัฐอเมริกา และใช้เป็นตัวแทนของเขาในการเจาะระบบสถาบันนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ (Korean Atomic Research Institute) ซึ่งข้อมูลที่ได้มาส่วนใหญ่นั้นจะเกี่ยวข้องกับเกาหลีใต้มากกว่า ทำให้ทางการสหรัฐอเมริกา กลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของอเมริกากับอีก 2 ประเทศเกาหลีได้


5. Jonathan James


เขาก่อคดีครั้งแรกในการแฮ็กเข้าไปยัง Defense Threat Reduction Agency ของทางสหรัฐอเมริกา ทุกคนรู้จักเขาในชื่อ c0mrade ซึ่งนอกจากจะเข้าไปได้ข้อมูลพนักงาน ยูเซอร์เนม และพาสเวิร์ดทั้งหมดแล้ว เขายังได้โปรแกรมสำคัญบางส่วนไปด้วย ส่งผลให้ NASA ต้องทำการปิดระบบตัวเองชั่วคราว
แต่เขาก็จบชีวิตตัวเองอย่างน่าเศร้า ด้วยการฆ่าตัวตายในปี 2008

6. Kevin Poulsen



เขาแฮ็กระบบเกมโชว์ เพื่อให้เขาเป็นผู้ได้รับรางวัลรถ Porsche และนั่นทำให้ถูก FBI ตามล่า แถมยังเคยก่อคดีด้านการฉ้อโกงเงิน และการแฮ็กทำนองนี้อีกกว่า 7 ครั้ง สุดท้ายเขาช่วยทางการในการสืบสวนคดี Dark Dante และได้รับการยกเว้นผิด ตอนนี้เขาทำงานเป็นบรรณาธิการอาวุโสที่นิตยสาร Wired

7. Kevin Mitnick



เขาเคยเจาะเข้าสู่เพนตากอน รวมไปถึงบริษัท Nokia และ Motorola ถูกออกหมายจับในอีก 7 คดี และหลังจากโดนจำคุกอยู่ 5 ปี (ขังเดี่ยวอีก 8 เดือน) เขากลับตัวเป็นคนใหม่และกลายเป็นเจ้าของกิจการด้านไอทีอย่างเต็มตัว


8. Astra



Astra คือชื่อเรียกแฮ็กเกอร์ที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายอาวุธสงคราม ครั้งหนึ่งสมาชิกกลุ่มอายุ 58 ปี แฮ็กข้อมูลทางการทหารฝรั่งเศส และลักลอบนำข้อมูลเทคโนโลยีอาวุธสมัยใหม่ออกมา นำไปขายให้ประเทศต่างๆ เวลากว่า 5 ปี  เขาถูกตามจับมาตั้งแต่ปี 2002 แต่ยังไม่มีใครจับได้ ข้อมูลระบุว่าเขาขายข้อมูลให้กับลูกค้า 250 รายทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าระมาณ 12,000 ล้านบาทไปแล้ว


9. Albert Gonzalez


เขาขโมยข้อมูลบัตรเครดิตโดยไม่มีใครจับได้เป็นเวลากว่า 2 ปี และนำข้อมูลกว่า 170 ล้านชุดนั้นไปขาย ซึ่งได้รับการระบุว่าเป็นการโจรกรรมข้อมูลด้านบัตรเครดิตที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่สุดท้ายเขาถูกจับได้และถูกศาลสั่งจำคุกในเรือนจำของรัฐเป็นเวลา 20 ปี

10. Anonymous


กลุ่มที่ถูกเรียกว่าเป็นโรบินฮู้ดแห่งยุคไซเบอร์ พวกเขาคือการรวมตัวของคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งไม่ได้ต้องการทำเพื่อเงิน มักจะเรียกร้องในสิ่งต่างๆ ที่เห็นว่าไม่ถูกต้องเหมาะสมบนโลก พวกเขามักจะมีปัญหางัดข้อกับรัฐบาลหลายๆ ชาติ อย่างจีน อิสราเอล ตูนิเซีย แต่ก็มีรายงานว่าพวกเขาเคยโจรกรรมข้อมูลของทาง Sony, Visa และ Mastercard ด้วยเช่นกัน ตัวตนของพวกเขาเป็นความลับ และด้วยการเป็นกลุ่มใหญ่แต่ไม่เปิดเผยว่าใครเป็นใคร ทำให้ไม่มีใครตามจับพวกเขาได้

เอาเป็นว่า พวกเขาก็อาจจะศึกษาหาความรู้ด้วยหนังสือ อินเตอร์เน็ต และการเรียนรู้ต่างๆ จนพัฒนาเข้าไปสู่การเป็นแฮ็กเกอร์ ไม่ว่าจะด้านดีหรือด้านไม่ดีนักก็ตาม
แต่พวกเขาเหล่านี้ก็เรียกได้ว่าเป็น Hacker ตัวจริง ไม่ใช่แฮ็กเกอร์ในเกม Goat Simulator แต่อย่างใด….




ที่มา: thoughtcatalog
http://www.catdumb.com/10-best-hackers-313/










ปลอดภัยแล้วลูก!!! มีผู้พอเด็กถูกทิ้งข้าสงถนน



ปลอดภัยแล้วลูก!!! มีผู้พอเด็กถูกทิ้งข้าสงถนน

เอาเด็กมาทิ้งข้างถนน ก็เท่ากับ ฆ่าเค้าทางอ้อม
ไม่เข้าใจ ทำไมไม่ป้องกัน ถ้าไม่พร้อมก็กินยาคุม แฝงไม่กี่บาทเอง แล้วเอามาทิ้งแบบนี้ สงสัย กฎหมายประเทศไทยมันอ่อนแอเกินไป
ช่วยกันแชร์นะคะ อยากให้มีคนรับผิดชอบ เอามาทิ้งแบบนี้ใครจะเลี้ยงเด็กต่อละช่วยกัน 1แชร์ แชร์วนไป













รีวิวรูปงานแต่ตุ๊กกี้ บอกเลยว่า พีคเวอร์!!!


รีวิวรูปงานแต่ตุ๊กกี้ บอกเลยว่า พีคเวอร์!!!